2.การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์
ทางสถานสงเคราะห์ได้ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์
แก่เด็กพิการโดยแพทย์จากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
จัดให้มีการทำกายภาพบำบัด โดยนักกายภาพบำบัด
นักกระตุ้นพัฒนาการ
ทำการกายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพของเด็กพิการ
มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
เพื่อพัฒนาและส่งเสริมสุขภาพ
ตลอดจนการนำพบแพทย์
เพื่อปรับสภาพร่างกายและการจัดหากายอุปกรณ์ต่าง
ๆ
การฝึกหัดให้ใช้อวัยวะที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
เพื่อให้เด็กพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้
และป้องกันความพิการซ้ำซ้อนแก่เด็กพิการที่รับการสงเคราะห์
3.การให้ความรู้ด้านการศึกษา
การฝึกอาชีพ การหางานทำและสู่สังคม
ทางสถานสงเคราะห์จัดให้มีการสร้างเสริมพัฒนาการแก่เด็กพิการและให้การศึกษาแก่เด็กพิการทั้งสายสามัญและสายอาชีพตามความสามารถของเด็ก
เพื่อให้เด็กพิการได้มีความรู้
สามารถอ่านออกเขียนได้
เป็นพื้นฐานไปสู่การศึกษาที่สูงขึ้น
หรือการประกอบอาชีพ
สถานสงเคราะห์ได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นภายใน
"โรงเรียนประชาบดี"
จัดการเรียนการสอนตั้งแต่อนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่
6
นอกจากนั้นยังสนับสนุนให้เด็กพิการที่มีความพร้อมออกไปศึกษาภายนอกในลักษณะเรียนร่วมกับเด็กปกติ
หรือเรียนในโรงเรียนเฉพาะทาง เช่น
โรงเรียนสอนคนตาบอด โรงเรียนโสตศึกษา
และโรงเรียนศึกษาพิเศษต่าง ๆ
สำหรับการฝึกอาชีพ
จะคัดเลือกเด็กพิการในความอุปการะเข้ารับการฝึกอาชีพที่เหมาะสมกับความพิการ
ทั้งการฝึกอาชีพภายในสถานสงเคราะห์
และการฝึกอาชีพภายนอกสถานสงเคราะห์ ณ
ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการต่าง ๆ ทั่วประเทศ
เพื่อให้เด็กพิการได้มีทักษะวิชาชีพนำไปประกอบวิชาชีพ
มีรายได้เลี้ยงตนเองต่อไป
มีการติดต่อจัดหางานแก่เด็กพิการที่ผ่านการฝึกอาชีพและมีความพร้อม
เพื่อให้เด็กพิการได้เข้าสู่สังคม
มีอาชีพเลี้ยงตนเองตามความเหมาะสมต่อไป
4.การให้การอบรมศีลธรรม
จริยธรรม และนันทนาการ
ทางสถานสงเคราะห์จะจัดเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลและใกล้ชิดเด็ก
หรือวิทยากรจากภายนอกจะแนะนำ อบรม
สั่งสอนเด็กเพื่อให้เด็กพิการเป็นคนดี
มีจิตใจเมตตาอ่อนโยน
ละอายและเกรงกลัวต่อบาป
อันจะเป็นพื้นฐานที่จะเข้าสู่สังคมได้อย่างปกติสุข
รวมทั้งการจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆ
เพื่อให้เด็กได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน
มีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี
มีทักษะและประสบการณ์
ทั้งในด้านศิลปะการแสดงออก ดนตรีและกีฬา
5.การให้ความรัก
ความอบอุ่น คุ้มครองสวัสดิภาพและการพัฒนาแก้ไขปัญหาต่างๆ
ทางสถานสงเคราะห์จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลและเอาใจใส่ให้ความรัก
และความอบอุ่นแก่เด็กพิการอย่างใกล้ชิด
เปรียบดั่งญาติสนิท
และคอยแนะนำช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาต่าง ๆ
ในรายที่มีปัญหามากทั้งในด้านพฤติกรรม
อารมณ์ หรือจิตใจ
ก็จะมีนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา
เข้ามาช่วยแนะนำแก้ไขตามหลักวิชาการ
เพื่อให้เด็กพิการมีพัฒนาการที่ดีและเหมาะสมทั้ง
ด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคม
และจิตใจ
